เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๑๓) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 3   ความสอดคล้อง

บทที่ 13 ความว่างและรูปลักษณ์

โลกทัศน์แบบกลจักรดั้งเดิมมีรากฐานอยู่บนความคิดที่ว่าอนุภาคซึ่งเป็นวัตถุแข็งและไม่อาจทำลายได้  เคลื่อนที่อยู่ในที่ว่าง  วิชาฟิสิกส์สมัยใหม่ได้กำหนดให้ภาพใหม่ที่ต่างจากความคิดดังกล่าวสิ้นเชิง  ซึ่งไม่เพียงแต่นำมาสู่ความคิดใหม่ในเรื่อง อนุภาค”  เท่านั้น  แต่ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความคิดเรื่องที่ว่างไปในทางลึกซึ้งยิ่งขึ้น  การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในทฤษฎีสนาม (Field  Theories)  ทฤษฎีนี้มีจุดกำเนิดที่ความคิดของไอน์สไตน์ซึ่งประ สงค์จะรวมเอาสนามความโน้มถ่วงกับโครงสร้างทางเรขาคณิตของอวกาศเข้าด้วยกัน  และได้รับการขยายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในการวมกันของทฤษฎีควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพเพื่อการพยายามอธิบายสนามของแรงของอนุภาคซึ่งเล็กกว่าอะตอมใน ทฤษฎีสนามควอนตัม”  (Quantum  Field  Theories)  นี้  การแบ่งแยกระหว่างอนุภาคและที่ว่างรอบ ๆ ตัวมันได้สูญเสียความแหลมคมที่มีมาแต่เดิมลง  และที่ว่างถูกถือเป็นปริมาณอันมีลักษณะเป็นพลวัตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่ง

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๑๒) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 3   ความสอดคล้อง

บทที่ 12  จักรวาลอันเคลื่อนไหว (ต่อ)

12.3  การหมุนวนของดาราจักร

ในวิชาฟิสิกส์  เราตระหนักถึงลักษณะอันเคลื่อนไหวของจักรวาลไม่เพียงแต่ในมิติของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก  เช่น  อะตอมหรือนิวเคลียสเท่านั้น  แต่รวมถึงในมิติของสิ่งที่มีขนาดใหญ่  เช่นอาณาจักรแห่งดวงดาวและดาราจักร  (galaxies)  เราสังเกตเห็นว่าจักรวาลกำลังเคลื่อนที่  ทั้งนี้โดยอาศัยกล้องโทรทัศน์ซึ่งมีขนาดกำลังขยายมาก  กลุ่มเมฆของก๊าซไฮโดรเจนหมุนเคลื่อนไปในท้องฟ้าได้รวมตัวและหดตัวลงเป็นดวงดาว  ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนขึ้นถึงจุดหนึ่ง  ทำให้มันลุกไหม้ขึ้นเป็นดวงไฟในท้องฟ้า  เมื่อถึงสภาวะนั้น   มันก็ยังคงหมุนไป  ดาวบางดวงได้สลัดเอาชิ้นส่วนของมันหลุดออกมาในอวกาศ  หมุนคว้างออกไป  และชิ้นส่วนเหล่านั้นได้รวมตัวเข้าเป็นดาวเคราะห์โคจรรอบ ๆ ดาวดวงนั้น  ในที่สุด  นับจากเวลาผ่านไปนับด้วยล้าน ๆ ปี  เมื่อก๊าซไฮโดรเจนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงนั้นส่วนใหญ่ถูกใช้หมดไป  ดวงดาวก็ขยายตัวออก  และแล้วก็หดตัวเข้าอีกครั้งหนึ่งด้วยอำนาจแรงโน้มถ่วง  การยุบตัวนี้อาจทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงสุดประมาณ  หรืออาจทำให้ดวงดาวนั้นกลายเป็นหลุมดำ  (Black  Hole)  ไป  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้  ไม่ว่าจะเป็นการก่อตัวขึ้นเป็นดวงดาวจากกลุ่มก๊าซซึ่งลอยอยู่ระหว่างหมู่ดาว  การหดตัว  การขยายตัวของมันในเวลาต่อมา  และการยุบตัวในท้ายที่สุด  เป็นสิ่งที่เรามารถสังเกตเห็นได้ในอาณาบริเวณต่าง ๆ  ในท้องฟ้า

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๑๒) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 3   ความสอดคล้อง

บทที่ 12  จักรวาลอันเคลื่อนไหว

จุดหมายสำคัญอันเป็นแกนกลางของศาสนาตะวันออกก็คือ  การหยั่งรู้การที่ปรากฏทั้งมวลในโลกพิภพนี้เป็นสิ่งปรากฏแสดงของสัจธรรมสูงสุดประการเดียว  สัจธรรมนี้ถือเป็นแก่นแท้ของจักรวาล  รองรับและเอาสรรพสิ่งและเหตุการณ์อันหลากหลาย  ซึ่งเราสังเกตเห็นได้นั้น  อยู่ในเอกภาพอันหนึ่งอันเดียวกันฮินดูเรียกสิ่งนั้นว่า  พรหมัน  ชาวพุทธเรียกว่า ธรรมกาย (กายแห่งสัตตะ)  หรือ ตถตา (ความเป็นเช่นนั้นเอง)  และเต๋า  สำหรับผู้นับถือลัทธิเต๋า  แต่ละฝ่ายล้วนยืนยันว่าสัจธรรมดังกล่าวอยู่เหนือความคิดนึก  และท้าทายต่อคำอธิบายต่าง  ๆ

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๑๑) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 3   ความสอดคล้อง

บทที่ 11  เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง

เมื่อนักปราชญ์ตะวันออกกล่าวว่าท่านนั่งรู้สรรพสิ่งและเหตุการณ์ทั้งมวลเป็นการแสดงออกของเอกสภาวะอันเป็นพื้นฐาน นั่นมิได้หมายความว่าท่านเห็นทุกสิ่งเสมอเหมือนกันไปหมด ปัจเจกภาพของแต่ละสิ่งยังคงดำรงอยู่ ทว่าในขณะเดียวกันท่านเหล่านั้นก็ตระหนักรู้ว่าข้อแตกต่างและข้อขัดแย้งทั้งหมดเป็นสิ่งสัมพัทธ์ ดำรงอยู่ในความเป็นเอกภาพ และเนื่องจากความเป็นเอกภาพของสิ่งที่ขัดแย้งกัน และโดยเฉพาะความเป็นเอกภาพของสิ่งที่ตรงกันข้ามนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้โดยยากในสภาวะความรับรู้อย่างสามัญของเรา จึงทำให้ปรัชญาตะวันออกยังคงดูลึกลับน่าพิศวง อย่างไรก็ดี สิ่งนี้คือญาณทัศนะซึ่งเป็นรากฐานของโลกทัศตะวันออก

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๑๐) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 3   ความสอดคล้อง

บทที่ 10 เอกภาพแห่งสรรพสิ่ง

ถึงแม้ว่าศาสนาต่าง ๆ ดังที่ได้อธิบายในบทที่แล้ว ๆ มา จะแตกต่างกันในรายละเอียดหลายประการ อย่างไรก็ตาม โดยแก่นแท้แล้วโลกทัศน์ของแต่ละศาสนาเป็นสิ่งเดียวกัน นั่นคือ ต่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ในทางจิตใจ ซึ่งเป็นประสบการณ์โดยตรงต่อสัจจะ และไม่เป็นฝักฝ่ายของความคิดนึก โดยที่ประสบการณ์เช่นนี้ มีลักษณะพื้นฐานหลายประการซึ่งไม่ขึ้นต่อภูมิหลังทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของบุคคลนั้น ๆ โลกทัศน์ดังกล่าวยังปรากฏสอดคล้องกับลักษณะพื้นฐานของโลกทัศน์ซึ่งเกิดจากฟิสิกส์สมัยใหม่ด้วย

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๙) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 2   มรรคาแห่งศาสนาตะวันออก

บทที่ 9 นิกายเซน

เมื่อจิตใจของจีนได้สัมผัสกับความคิดอินเดียในรูปของพุทธศาสนาในราวศตวรรษที่หนึ่งหลังคริสตกาล ได้มีพัฒนาการซึ่งคล้ายคลึงกันสองกระแสเกิดขึ้นในด้านหนึ่ง การแปลพระสูตรของพระพุทธศาสนาได้กระตุ้นนักคิดของจีน และนำไปสู่การตีความคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นชาวอินเดีย จากพื้นฐานทางปรัชญาของชาวจีนเองจึงเป็นการและเปลี่ยนทางความคิดที่บังเกิดผลอย่างกว้างขวาง และมาถึงจุดสุดยอดในทางพระพุทธศาสนานิกาย ฮัวเอี้ยนในจีนและพุทธศาสนานิกายคีกอนในญี่ปุ่น ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๘) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 2   มรรคาแห่งศาสนาตะวันออก

บทที่ 8 ลัทธิเต๋า

ในระหว่างความคิดสองแนวของจีน  คือลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื้อนั้น  ลัทธิเต๋ามีคำสอนลึกซึ้งซึ่งอยู่ในประเด็นที่จะนำมาเปรียบเทียบกับฟิสิกส์สมัยใหม่  เช่นเดียวกับศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา  ลัทธิเต๋ามุ่งสนใจในญาณปัญญามากกว่าความรู้เชิงเหตุผล  ลัทธิเต๋ายอมรับข้อจำกัดและความเป็นสิ่งสัมพัทธ์ของโลกแห่งความนึกคิดเชิงเหตุผล  ดังนั้นลัทธิเต๋าโดยพื้นฐานจึงเป็นหนทางแห่งความอิสระจากโลกแห่งเหตุผล  และในแง่มุมนี้จึงอาจเทียบเท่ากับวิถีแห่งโยคะหรือเวทานตะในศาสนาฮินดู  หรืออริยมรรคมีองค์แปดของของพุทธศาสนา  ในขอบเขตของวัฒนธรรมจีน  ความเป็นอิสระอย่างของเต๋ามีความหมายค่อนข้างชัดเจนว่า  คือความเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์ที่ตายตัวในทางสังคม ความไม่เชื่อในความรู้และเหตุผลซึ่งมนุษย์กำหนดขึ้นเป็นแบบแผนต่างๆนั้นปรากฏชัดเจนในลัทธิเต๋ามากกว่าในปรัชญาสาขาใดๆของตะวันตก  สิ่งนี้มีรากฐานอยู่บนความเชื่อที่แน่นแฟ้นว่าความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ไม่อาจเข้าใจเต๋าได้  จางจื้อได้กล่าวว่า

ความรู้ที่กว้างขวางที่สุดไม่จำเป็นว่าจะต้องรู้มันด้วยเหตุผลจะไม่ทำให้คนฉลาดในเรื่องราวของมัน ปราชญ์ย่อมตัดสินว่าทั้งสองวิธีนี้ใช้ไม่ได้

Read more … »

Tags:

เต๋าแห่งฟิสิกส์ (๗) ฟริตจอฟ คาปรา

ภาคที่ 2   มรรคาแห่งศาสนาตะวันออก

บทที่ 7 ปรัชญาจีน

เมื่อพระพุทธศาสนาแผ่มาถึงประเทศจีนในช่วงศตวรรษแรกของคริสตกาล ก็ได้ปะทะสังสรรค์กับวัฒนธรรมซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าสองพันปี ในวัฒนะธรรมโบราณนี้ความคิดเชิงปรัชญาได้ถึงจุดสมบูรณ์สุดยอดในปลายราชวงศ์โจว ซึ่งนับเป็นยุคทองของปรัชญาจีน และก็ยังเป็นที่นับถืออย่างสูงสุดเรื่อยมา

Read more … »

Tags: